วิธีการสอนคณิตศาสตร์ด้วยการศึกษาชั้นเรียนและวิธีการแบบเปิด เป็นวิธีการสอนคณิตศาสตร์ที่ญี่ปุ่นได้วิจัยและพัฒนาขึ้นใช้ในญี่ปุ่น ซึ่งศูนย์วิจัยคณิตศาสตร์ศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ทดลองใช้ในประเทศไทย พบว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

29 มีนาคม 2552

คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI)

คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) คืออะไร.....


           คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) มาจากคำในภาษาอังกฤษว่า Computer Assisted Instruction คือสื่อมัลติมีเดีย ที่นำเสนอบทเรียนผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยนำเสนอทีละเฟรมหรือสไลด์ ซึ่งมีทั้งข้อความ ภาพ เสียง และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนได้ด้วย

คอมพิวเตอร์ช่วยสอนมีกี่ประเภท อะไรบ้าง....



           1. ประเภทเพื่อสอน (Tutorial Instruction) ประกอบด้วยเนื้อหาแบ่งเป็นส่วนย่อย ๆ และมีแบบทดสอบอยู่ด้วย มีวัตถุประสงค์เพื่อสอนเนื้อหาใหม่หรือทบทวน
           2. ประเภทแบบฝึกหัด (Drill and Practice) มีลักษณะเป็นแบบฝึกหัด ซึ่งประกอบด้วย ข้อคำถามจำนวนมาก และมีการประเมินผลด้วย
           3. ประเภทสถานการณ์จำลอง (Simulation) เป็นสถานการณ์จำลองที่มีความใกล้เคียงกับเหตุการณ์จริง ให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติเพื่อฝึกทักษะและเรียนรู้
           4. ประเภทเกม (Instruction Games) มีลักษณะเป็นเกม มีการแข่งขัน ที่ให้ความรู้ผู้เรียนได้ทั้งในแง่ของกระบวนการ ทัศนคติ ตลอดจนทักษะต่าง ๆ และยังเพิ่มบรรยากาศในการเรียนด้วย
           5. ประเภทการค้นพบ (Discovery) มีลักษณะให้ผู้เรียนได้มีโอกาสทดลองกระทำสิ่งต่าง ๆ จนกระทั่งสามารถหาข้อสรุปได้ด้วยตนเอง โดยโปรแกรมจะเสนอปัญหาให้ผู้เรียนได้ลองผิด ลองถูก และให้ข้อมูลแก่ผู้เรียน เพื่อช่วยผู้เรียนในการค้นพบนั้น จนกว่าจะได้ข้อสรุปที่ดีที่สุด
           6. ประเภทการแก้ปัญหา (Problem-Solving) มีการเสนอปัญหาให้ผู้เรียนได้รู้จักคิด ตัดสินใจ โดยกำหนดเกณฑ์ในการพิจารณาให้
           7. ประเภทการทดสอบ (Test) มีลักษณะเป็นข้อสอบ ใช้ในการประเมินผลผู้เรียน เมื่อสอบเสร็จนักเรียนจะทราบผลการสอบทันทีว่าสอบได้หรือสอบตก อยู่ในลำดับที่เท่าไร ได้ผลการสอบกี่เปอร์เซ็นต์

องค์ประกอบสำคัญของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) มีอะไรบ้าง.....



           1. Information มีเนื้อหาสาระที่ได้รับการเรียบเรียง ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้หรือได้รับทักษะอย่างหนึ่งอย่างใด ตามที่ผู้สร้างกำหนด
           2. Individualized ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล
           3. Interactive มีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน
           4. Immediate Feedback ให้ผลย้อนกลับทันที ซึ่งถือเป็นการเสริมแรงอย่างหนึ่ง

ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน มีอะไรบ้าง.....



           1. สร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ ดึงดูดความสนใจ จากเทคนิคที่คอมพิวเตอร์ช่วยสอนสามารถนำเสนอได้ เช่น กราฟิก ภาพเคลื่อนไหว แสง สี เสียง ความงาม และความเหมือนจริง
           2. ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และสามารถเข้าใจเนื้อหาได้เร็ว ด้วยวิธีที่ง่าย
           3. ผู้เรียนมีโอกาสโต้ตอบ ปฏิสัมพันธ์กับบทเรียน มีโอกาสเลือกตัดสินใจ และได้รับการเสริมแรงจากการได้รับข้อมูลย้อนกลับทันที
           4. ช่วยให้ผู้เรียนมีความคงทนในการเรียนรู้สูง เพราะมีโอกาสปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง ซึ่งจะเรียนรู้จากขั้นตอนที่ง่าย ไปหายากตามลำดับ
           5. ผู้เรียนมาสามารถเรียนรู้ได้ตามความสนใจ และความสามารถของตนเอง บทเรียนมีความยืดหยุ่น สามารถเรียนซ้ำได้ตามต้องการ
           6. ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรับผิดชอบต่อตนเอง ต้องควบคุมการเรียนด้วยตนเอง มีการแก้ปัญหาและฝึกคิดอย่างมีเหตุผล
           7. สร้างความพึงพอใจแก่ผู้เรียน เกิดทัศนคติที่ดีต่อการเรียน
           8. สามารถรับรู้ผลการเรียนอย่างรวดเร็ว เป็นการท้าทายและเสริมแรงให้อยากเรียนต่อ
           9. ประหยัดเวลาและงบประมาณ ทำให้ครูมีเวลามากขึ้น และลดช่องว่างระหว่างโรงเรียนในเมืองและชนบท

โปรแกรมที่ใช้สร้างสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน มีโปรแกรมใดบ้าง......


           1. Microsoft PowerPoint
           2. CAI EZ 2000
           3. Multimedia ToolBook
           4. Adobe Captivate
           5. Authorware
           6. ฯลฯ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น